fbpx

อย่าชะล่าใจ สุขภาพช่องปากวัยทำงาน ใครบอกไม่มีปัญหา

หลังจากที่ก่อนหน้านี้เราได้มีการพูดถึงเรื่อง กลิ่นปาก ของวัยหนู ๆเเละเด็ก ๆ กันไปเเล้วในบทความที่ชื่อว่า เมื่อลูกมีกลิ่นปาก..คุณเเม่ควรรับมืออย่างไร? แต่ในบทความนี้จะขอพูดถึง สุขภาพช่องปากวัยทำงาน กันบ้าง

ใครที่ลองอ่านเเล้วชอบสามารถ กด Like&share บทความที่ท่านชอบนี้เเบ่งปันให้ความรู้ให้กับเพื่อน ๆ ที่ Facebook หรือช่องทาง Social media ต่าง ๆ ได้เลยครับผม

วันนี้ขอมาที่วัยทำงานกันบ้าง….ปัจจุบันนี้การทำงานในโลกปัจจุบันเต็มไปด้วยการเเข่งขันที่สูงขึ้น จากเเต่ก่อนครับ ด้วยสภาวะเเวดล้อมที่เปลี่ยนไปรวมเทคโนโลยีต่าง ๆ นั้นหมุนเร็วขึ้น ทำให้วัยทำงาน หรือคนหนุ่มสาว ในปัจจุบันนั้น ต้องเผชิญทั้งเรื่องความเครียดสะสมเเละปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย หนึ่งในนั้นคือเรื่องของ ปัญหาสุขภาพช่องปากครับ ด้วยวัยทำงานที่จะต้องมีการพูดคุย สนทนา หรือประชุมต่าง ๆ เกี่ยวกับเเผนงาน รวมถึงต้องนั่งอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน 

Image by FreePik

ซึ่งบางทีอาจจะไม่ได้คุยกับใครเลยเป็นเวลาหลายชั่วโมง ทำให้มีโอกาสมีกลิ่นปากเกิดขึ้นเเน่นอนครับ ยังไม่รวมถึงคนวัยทำงาน มักจะมีพฤติกรรมการกินจุบกินจิบ ชอบอมลูกอมซึ่งมีส่วนผสมของน้ำตาลสูง ทำให้เสี่ยงต่อการฟันผุ บางคนดื่มชากาแฟทุกวัน หลายเเก้ว ยิ่งทำให้ฟันนั้นมีคราบชากาเเฟ เกาะติดตามผิวฟันและซอกฟันดูแล้วไม่สวยงามเวลายิ้ม และหลายคนชอบละเลยการแปรงฟันหลังรับประทานอาหาร ก็จะทำให้เกิดโรคเหงือกอักเสบได้ พฤติกรรมของคนวัยทำงานดังที่กล่าวมานี้ จึงเป็นสาเหตุของกลิ่นปากได้ครับ วันนี้แอดมินจึงอยากมาเเนะนำวิธีดูเเลเเละวิธีป้องกัน เพื่อ สุขภาพช่องปากวัยทำงาน ที่ดี ไม่ให้เสียไปตั้งเเต่ช่วงวัยรุ่นหรือช่วงทำงานอยู่ครับ เราคงไม่อยากยิ้มออกมาเเล้ว ฟันเหลือง หรือ พูดกับใครก็ไม่มั่นใจ มีกลิ่นปาก ทีนี้ละตัวใครตัวมันเลยน้า เเอดมินขอเตือนไว้ก่อนด้วยความหวังดี 555+
เกริ่นมานาน…..เข้าเรื่องเลยดีกว่าว่า ปัญหาสุขภาพช่องปากส่วนใหญ่ของวัยทำงานมีอะไรบ้าง มาดูกันเลยครับ

1. สุขภาพช่องปากวัยทำงาน : ปัญหาเรื่องกลิ่นปาก

หลายท่านที่มีกลิ่นปากอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยต้นกำเนิดอาจจะมาจากบริเวณในช่องปากอย่างเดียวหรือมาจากอวัยวะในระบบทางเดินหายใจหรือทางเดินอาหารร่วมด้วยได้เช่นกัน โดยกลิ่นปากที่มีสาเหตุจากบริเวณในช่องปาก เกิดได้จากการมีเศษอาหารติดตามซอกฟัน ฟันผุ ฟันคุด หรือเหงือกอักเสบ ส่งผลให้มีกลิ่นน้ำลายบูดออกมาขณะพูด หรือหายใจ ก่อนอื่นต้องพิจารณาว่า ถ้าเป็นเรื่องของฟันผุ ฟันคุด ก็ควรรีบไปพบทันตแพทย์เพื่อรีบแก้ไข เช่น อุดฟัน ถอนฟันคุด เป็นต้น แต่ถ้าปัญหากลิ่นปากของคุณเกิดจากการที่มีเศษอาหารติดตามซอกฟัน แอดมินขอแนะนำให้คุณใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอทุกวัน เช้า เย็นและหลังอาหารทุกมื้อครับ เพื่อไม่ให้เศษอาหารนั้นติดอยู่ในซอกฟันเป็นเวลานานจนเกิดกลิ่นปาก และป้องกันด้วยการแปรงฟันโดยใช้แปรงสีฟันขนปลายเรียวแหลม และเลือกใช้ยาสีฟันที่มีคุณสมบัติป้องกันปัญหากลิ่นปากได้จริง เช่น ยาสีฟันมายด์นอร์ร่า เป็นต้น ทุกมื้อหลังอาหาร เพียงเท่านี้ปัญหากลิ่นปากก็จะลดลงครับ

Image by FreePik

2. ปัญหาฟันเหลืองจากคราบบุหรี่ ชา กาแฟ

สามารถป้องกันได้ด้วยการลดการสูบบุหรี่ และลดปริมาณการดี่มเครื่องดื่มที่มีความเป็นกรดในชีวิตประจำวัน เช่น ชา กาแฟ เหล้า เบียร์ น้ำผลไม้รสเปรี้ยวจัด ๆ เป็นต้น หากหลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณไม่ได้ ควรดื่มน้ำเปล่าตามเพื่อลดความเป็นกรดในช่องปาก และรออย่างน้อย 30 นาทีค่อยแปรงฟันตามทุกครั้ง กรณีที่มีคราบสีหรือคราบหินปูนติดแน่นควรพบทันตแพทย์ เพื่อขูดหินปูนอย่างน้อยทุก 6 เดือน หรือปีละ 1 ครั้ง เพื่อขจัดคราบที่ฝังลึกออกไป

3. ปัญหาเรื่องฟันผุ

มักเกิดจากการละเลยการแปรงฟันและแปรงฟันไม่ทั่วถึงทุกบริเวณในช่องปาก รวมทั้งไม่ใช้ไหมขัดฟันอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เกิดฟันผุตามร่องฟันบนด้านบดเคี้ยวและตามซอกฟันได้ง่าย ควรแก้ไขด้วยการแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันหลังรับประทานอาหารทุกมื้อ หลีกเลี่ยงอาหาร ผลไม้ หรือขนมขบเคี้ยวที่มีรสหวานจัด เปรี้ยวจัด เหนียวติดฟัน น้ำอัดลม โซดา รวมทั้งอาหารที่ประกอบด้วยแป้งและน้ำตาลในปริมาณสูง เป็นต้น เพราะอาหารเหล่านี้เมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว เมื่อถูกย่อยในช่องปากจะสามารถเปลี่ยนสภาพเป็นกรดได้อย่างรวดเร็ว มีฤทธิ์กัดกร่อนเคลือบฟัน ทำให้เกิดฟันผุได้ง่าย จึงไม่ควรแปรงฟันทันทีในขณะที่ช่องปากยังมีความเป็นกรดสูงเพราะจะไปขัดสีเอาเคลือบฟันที่อ่อนนุ่มลงจากกรดในอาหารหลุดลอกออกไปได้ ควรรออย่างน้อย 30 นาทีเพื่อให้สภาพช่องปากกลับมาสู่สภาวะปกติก่อน อย่างที่กล่าวไปแล้วตอนต้น

4. สุขภาพช่องปากวัยทำงาน : ปัญหาคราบหินปูนและเหงือกอักเสบ

เกิดจากการดูแลสุขภาพในช่องปากไม่ดีพอ จึงเกิดการสะสมของคราบจุลินทรีย์ตามบริเวณขอบเหงือกและซอกฟัน เมื่อแปรงฟันไม่ทั่วถึงก็จะเกิดการสะสมของคราบจุลินทรีย์มากขึ้นและเป็นเวลานานขึ้นจนกลายเป็นคราบหินปูน ภายในคราบจุลินทรีย์และหินปูนนั้นจะมีแบคทีเรียอาศัยอยู่ เมื่อแบคทีเรียได้รับอาหารจากที่เรารับประทานเข้าไปก็จะสร้างกรดขึ้นมารอบๆ บริเวณนั้น ทำให้เกิดการอักเสบของเหงือกและเนื้อเยื่อปริทันต์ที่อยู่รอบๆ ซึ่งสามารถรักษาได้ด้วยการขูดหินปูน เกลารากฟัน หรือผ่าตัดสร้างเนื้อเยื่อปริทันต์ขึ้นมาใหม่

ดังนั้นเราควรดูแลสุขภาพฟันและพบทันตแพทย์ทุก ๆ 6 เดือนเพื่อตรวจหาความผิดปกติต่าง ๆ และแก้ไขปัญหาเสียแต่เนิ่น ๆ เพื่อยืดอายุฟันให้มีสุขภาพแข็งแรงไปนาน ๆ ด้วยความปรารถนาดีจาก “ยาสีฟันมายด์นอร์ร่า”

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก ทพญ.รัศมี  จินดาโรจนกุล คลินิกทันตกรรมสตาร์เด็นท์ ไลฟ์เซ็นเตอร์
บทความอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ :  ฟันขาว ขึ้นได้ แค่รู้วิธีจัดการเครื่องดื่มแก้วโปรด !
สั่งซื้อได้ที่ : Shopee 

ภาพ : Freepik